Friday, February 24, 2017

การดูแลรักษากีตาร์โปร่งและกีตาร์คลาสสิก ตอนที่ 2

      สวัสดีครับมาคุยกันต่อเรื่องความชื้นในอากาศต่ออีกนิดครับ เมื่ออาทิตย์ที่แล้วมีโอกาสไปพบนักเล่นกีตาร์คลาสสิกที่ประเทศมาเลเซีย และคุยถึงเรื่องปัญหากีตาร์ที่พบส่วนใหญ่ไม้หน้าบวมเนื่องจากความชื้นในอากาศสูง ค่อนข้างมีปัญหามากกว่าประเทศไทยเพราะที่นั่นฝนตกยาวนาน และมีทะเลล้อมรอบ ผมจึงถามเขาว่าทำอย่างไร เพื่อนผมเขาแนะนำตัวดูดความชื้นแบบห่อ  มีขายที่ Daiso ราคาบ้านเราตก 60 บาท ใช้งานได้ 1-2 เดือน ดังรูปครับ


ในห่อคือ แคลเซี่ยมคลอไรด์(CaCl2) 1 ห่อนี้สามารถดูดความชื้นจากอากาศได้ 150 ml ขอดีคือห่อไม่ใหญ่มาก สามารถเก็บไว้ในกล่องกีตาร์ได้ และมีความสามารถในการดูดความชื้นได้ 70-80 % ของน้ำหนัก  เมื่อเทียบกับ Silica gel, Silica gel มีความสามารถในการดูดความชื้นได้ 24-40 % ของน้ำหนัก แต่อัตราการดูดอาจช้ากว่า Silica gel




2.การทำความสะอาด

     การทำความสะอาดกีตาร์แต่ละส่วนแบ่งได้ดังนี้
       2.1 ทำความสะอาด Body Neck Top
เป็นส่วนที่มีการเคลือบรักษาผิวไม้ ตัวเคลือบที่นิยมในกีตาร์ได้แก่ Shellac, Nitro-Lacquer และ Polyurethane  การทำความสะอาดทั้ง 3 ตัวนี้ ใช้ผ้าฝ้าย 100 % ยิ่งได้ผ่านการซักแล้วยิ่งดี เช็ดให้ทั่วและเน้นบริเวณที่สกปรกมาก ส่วนใหญ่เป็นจุดที่ร่างกายสัมผัส เช่น บริเวณขอบไม้หน้าด้านซ้ายจุดที่วางแขนขวา หลังคอ ไม้หลังที่ติดกับหน้าอก ไม้ข้างด้านขวาส่วนติดกับคอ   ถ้าเช็ดไม่ออกอาจใช้ผ้าชุบน้ำหมาดๆ เช็ดต่อได้ และควรใช้ผ้าแห้งเช็ดตามทันที วิธีนี้ไม่สร้างความเสียหายให้ตัวเคลือบรักษาผิวกีตาร์

          กรณีคราบสกปรกที่ไม่ละลายในน้ำคือไม่สามารถเช็ดออกโดยน้ำหมาดๆ เช่น คราบเหงื่อ รอยนิ้วมือ อาจใช้ผลิตภัณฑ์ที่ได้จากกระบวนการกลั่นของปิโตเลียม ได้แก่ Mineral Spirits  Lemon oil รูปแบบน้ำ(ไม่ได้มาจากน้ำมันของมะนาวแต่เป็นผลิตภัณฑ์ได้จากกระบวนการกลั่นของปิโตเลียมใส่กลิ่นมะนาว) หรือ Pledge กลิ่นมะนาว หรือกลิ่นส้ม(ตัวนี้มีSilicone ผสมอยู่เล็กน้อย) Naphtha (ในบ้านเราอาจหาซื้อได้ในรูปของน้ำมันไฟเช็ค) การใช้ผลิตภัณฑ์ควรหยดใส่บนผ้าก่อนจึงเช็ดลงบนตัวกีต้าร์ ใช้ทำความสะอาดเฉพาะจุดที่มีคราบเท่านั้น และไม่ควรใช้กับตัวเครือบผิวที่เป็น Shellac


       
     มีความสับสนเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบของ Silicone หลายบริษัทที่ผลิตกีตาร์ไม่แนะนำให้ใช้ บางครั้งให้เหตุผลว่า มันจะทำลาย ตัวเครื่องผิว แต่จากที่ผมอ่านดูจากหลายๆ แหล่งขอมูล หนังสือ อินเตอร์เน็ต จริงๆ แล้ว Silicone ไม่ทำลายตัวเคลือนผิว และ ที่ทราบบางตัวเคลือบรักษาผิวยังมีส่วนผสมของ Silicone แต่ปัญหาจริงๆ ของ Silicone ทำให้เกิด Fish eye เวลาซ่อมตัวเคลือบ เนื่องจากบริเวณที่มี Silicone อยู่จะมีแรงตึงผิวน้อยทำให้ตัวเคลือบผิวไม่ค่อยติด ดังรูปทางซ้ายมือ (จากหนังสือ Understanding Wood Finishing) แต่มีวิธีแก้ไขสำหรับปัญหานี้(อ่านดูในหนังสือ Understanding Wood Finishing หน้า 146-147)



       ถ้าต้องการขจัดรอยขีดขวดพวกรอบขนแม้ว อาจใช้น้ำยาขัด ( Polishing ) น้ำยาพวกนี้มีผงขัดเล็กๆ ผสมอยู่ หรือบางครั้งอาจเป็นรูปแบบครีม เมื่อเราขัดด้วยน้ำยาขัด ผงขัดในน้ำยาจะขัดบริเวณรอบรอยขีดข่วนออกไปทำให้ตัวเครือบผิวกีตาร์อยู่ในระดับเดียวกัน รอยขนแมวก็จะหายไป วิธีการใช้น้ำยาขัดนี้ไม่ควรทำบ่อยเพราะเป็นการทำลายตัวเคลือบรักษาผิวกีตาร์ (ทำให้ตัวเคลือบบางลง) ส่งผลให้ประสิทธิภาพในการรักษาเนื้อไม้ลดลง ยิ่งกรณี ตัวเคลือบเป็น Shellac ต้องระวังมากเนื่องจากเป็นการเคลือบที่บางมาก น้ำยาขัดสำหรับ Shellac ที่แนะนำคือ NOVUS เบอร์ 2( อันนี้ดูจากวีดีโอสอน French polish ของคุณ Ron Fernandez ) ส่วน Lacquer และ Polyurethane อาจใช้น้ำยาขัดสำหรับกีตาร์ที่ขายในท่องตลาดยี่ห้อต่างๆ ได้หมด เช่น ของ Gibson, Planet Wave,Dunlop,Ernieball เป็นต้น

   ยังไม่หมดครับยังมีอีก พบกันใหม่โอกาสหน้า :)
     
แหล่งความรู้เพิ่มเติม
http://acousticguitar.com/how-to-clean-your-guitar/
http://www.wikihow.com/Clean-a-Guitar
http://www.guitaradventures.com/how-to-clean-an-acoustic-guitar























Monday, January 30, 2017

การดูแลรักษากีตาร์โปร่งและกีตาร์คลาสสิก ตอนที่1

      สวัสดีครับ วันนี้ผมกำลังทำเอกสารการดูแลกีตาร์เพื่อให้กับลูกค้า กำลังหาข้อมูลที่เป็นภาษาไทย มีความกระจัดกระจาย ไม่ครบทุกด้าน จึงเข้าไปดูที่เอกสารการดูแลรักษากีตาร์ของ กีตาร์ Martin เป็นภาษาอังกฤษ 20 หน้า และ กีตาร์ Taylor ซึ่งให้รายละเอียดรอบด้าน เลยนำมาสรุป และเพิ่มเติมข้อมูลจากประสบการณ์ โดยแบ่งหัวข้อต่างๆ ดังนี้

    1.เรื่องความชื้นสัมพัทธ์ อุณหภูมิ และการเก็บรักษา

     กีตาร์โดยทั่วไปควรเก็บที่ความชื่นสัมพัทธ์ประมาณ 45-55% ที่อุณหภูมิ 22-25 องศาเซลเซียส เป็นคำแนะนำของกีตาร์ Martin  ส่วนตัวผมว่าประมาณ 40-60%  อุณหภูมิ 20-30 องศาเซลเซียส ยังพอไหว

     ทำไมควรเก็บที่ความชื่นสัมพัทธ์ประมาณ  45-55% ที่อุณหภูมิ 22-25 องศาเซลเซียส ?

    การผลิตกีตาร์ส่วนใหญ่มีการควบคุมความชื้นสัมพัทธ์ระดับ 45-55%  อุณหภูมิ 25 องศาเซลเซียส   โดยเฉพาะกระบวกการประกอบซึ่งมีการใช้กาวเป็นตัวยึด ไม้แต่ละส่วนแต่ละชนิดถูกติดเข้าด้วยกัน ถ้าขั้นตอนนี้มีความระดับความชื่นสัมพัทธ์และอุณหภูมิที่ต่างกันมากทำให้ไม้แต่ลำส่วนยืดหดไม่เท่ากันไม้เกิดความเคลียด ส่งผลให้ประสิทธิภาพของกีตาร์ลดลงอายุการใช้งานสั้นลง อีกอย่างความชื้นสัมพัทธ์ระดับ 45-55%  อุณหภูมิ 25 องศา เป็นตัวเลข กลางๆ ในบางครั้งมีข้อแนะนำให้เฉลี่ยระดับความชื้นสัมพัทธ์สูงสุดและต่ำสุด ค่าเฉลี่ย บวกลบ 5 เป็น ตัวเลขที่เหมาะสมสำหรับห้องผลิตกีตาร์

    ความชื้นและอุณหภูมิส่งผลอย่างไรต่อกีตาร์ ? 
 
    กรณีความชื้นและความร้อนในอากาศสูง โดยเฉพาะหน้าร้อนกับหน้าฝนในบ้านเรา อาจทำให้ประสิทธิภาพกาวค่อยเสื่อมลง ส่งผลให้โครงสร้างหลุดได้ เช่น บริจด์อ้าออก หรือ ไม้เกิดการอมความชื้นทำให้ไม้บิดตัว เช่นไม้หน้าบวม ซึ่งทำให้ action สูงขึ้นจากปกติ เป็นต้น
   กรณีความชื้นและความร้อนในอากาศต่ำ ทำให้กีตาร์หดตัวลงส่งผลให้กีตาร์ร้าว หรือ แตกได้ หรือในบางครั้งทำให้ Fingerboard หดตัวทำให้ขอบ Fret โผล่ออกมาข้างๆ Fingerboard หรือในหน้าหนาวซึ่งบางวันมีอากาศแห้งมาก เท่าที่ผมเคยสังเกตค่าต่ำสุดลงมาถึงระดับความชื้นสัมพัทธ์ 30% ทำให้ไม้หน้ายุบตัว Action ต่ำกว่าปกติ เกิดอาการ  Buzz  และกีตาร์ร้าว และ แตก ในช่วงเวลานี้มาก ส่วนใหญ่

   ในบ้านเราจะมีปัญหาเรื่องความชื้น โดยความชื้นสัมพัทธ์และอุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ ประมาณ 75% และ 27 องษาเซลเซียส มีค่าสูงสุด ต่ำสุด ตามฤดูที่ต่างกัน การเก็บรักษาจึงเป็นเรื่องสำคัญที่ผู้ใช้กีตาร์ควรเรียนรู้การเก็บอย่างไรให้เหมาะสม รู้ว่าสถานะการใดควรหลีกเลี่ยง  เช่น
   - ไม่ควรเก็บกีตาร์ ไว้กระโปงหลังรถหรือในรถในวันที่ร้อน
   - ไม่ควรแขวนกีตาร์ทิ้งไว้ข้างนอก เช่น แขวนโชว์ที่กำแพง โดยห้องนั้นไม่มีความควบคุมอุณหภูมิและความชื้น ถ้าอยากจะโชว์ควรทำตู้เก็บแสดงที่ปิดมิดชิด
   - กีตาร์ควรเก็บใส่กล่องเสมอเมื่อไม่เล่นเพราะการควบคุม อุณหภูมิและความชื่นในที่แคบทำได้ง่ายกว่า
   - ควรมีเครื่องวัดความชื้นจะเป็นแบบดิจิตอล หรือแบบเข็ม ก็ได้ อันเล็กๆ ราคาไม่น่าเกิน 500 บาท พกติดไว้ในกล่องกีตาร์ ถ้าความชื่นมาก ควรหาอุปกรณ์ดูดความชื่นมาใส่ไว้ ได้แก่ Silica gel ถ้าหมดอายุควรเปลี่ยน เท่าที่สังเกตสวนใหญ่ใส่กันไว้นานไม่เคยเปลี่ยน มันไม่ช่วยดูดความชื่นแล้ว หรือเครื่องดูดความชื่นแบบไฟฟ้า เป็นต้น
  ตัวอย่างเครืองดูดความชื่น
 แบบไฟฟ้า http://acousticthai.net/dehumidifier-gw-e-333.html
แบบสองด้านทั้งดูดและคาย https://www.youtube.com/watch?v=f7kEr16a7Rs
 
  คราวหน้าอ่านกันต่อในหัวข้ออื่นๆครับ เจอกัน

Sunday, April 24, 2016

ความคม ใบกบ สิ่ว คมแค่ไหนจึงจะพอ ตอนที่ 2 (จบ)

    สวัสดีครับ ตอนที่แล้วได้เล่าประสบการณ์ของการลับคมใบกบ สิ่ว และ วันนี้ขอเล่าเรื่องวิธีการลับใบกบและสิ่วที่ผมใช้อยู่ โดยแบ่งการลับเป็น 2 ลักษณะตามจุดประสงค์การใช้ที่แตกต่าง ได้แก่
    1. การลับสำหรับการใช้งานปกติ โดยลับทุกครั้งก่อนใช้งาน และบางครั้งถ้าทำงานมากๆรู้สึกว่าไม่คมแล้วก็จะลับอีก การลับแบบนี้ใช้หินลับแบบน้ำเบอร์ 1000 และ 6000 โดยใช้มือจับใบกบหรือสิ่วลับโดยตรง ข้อดีคือ เร็ว กว่าการใช้ไกด์  ข้อเสียคือ หน้าใบกบและสิ่ว จะค่อยๆ โค้งทำให้องศาใบกบและสิ่วเปลี่ยน เนื่องจากมือของเราจะไม่นิ่งเท่ากับไกด์
    2.การลับสำหรับปรับหน้า ใช้ในกรณีมุมหน้าใบกบหรือสิ่วใหม่ เนื่องจากมุมมันจะเปลี่ยนเพราะการลับด้วยมือในแบบที่ 1 ทำให้มุมยิ่งกว้างขึ้นเมื่อมุมกว้างขึ้นทำให้การตัดเฉือนมีประสิทธิภาพลดลง โดยทั่วไปสำหรับใบกบผมใช้ 30 องศา และสิ่วสำหรับใช้งานตัด เฉือน 25 องศา สิ่วสำหรับงานตอก 30 องศา โดยทำประมาณ 2-3 เดือนครั้ง  
     การปรับวิธีนี้เริ่มจาก กระดาษทรายเบอร์ 60 แปะกระดาษกาว 2 หน้ากับแผ่นหินขัด หรือ ใช้แผ่นกระจกก็ได้  โดยใช้ไกด์ตามรูป
















จากนั้นเป็น Diamond sharpening stone เบอร์ 220 325 600 1200 และจบด้วย หินลับแบบน้ำเบอร์ 6000
















ส่วนในรูปด้านล่างเป็นภาพจากเลนส์ขยาย 30 เท่า แสดงให้เห็นความละเอียด หยาบของผิวหน้าใบกบที่ถูกลับโดยหินลับเบอร์แตกต่างกัน
































วีดีโอด้านล่างเป็นการสาธิตการลับใบกบครับ



     จากตอนที่แล้วผมได้เกริ่นเรื่องความคมในระดับต่างกันสำหรับการใช้งานในลักษณะงานที่แตกต่าง มีข้อคิดอยู่คือ ในจุดที่เราจะใส่กบเพื่อติดกาวใบกบควรมีความคมมาก ในกรณีผม ได้แก่ ตอน Book-match,ไส brace ก่อนติดกาว, บริเวณโค้ง Tail-block, บริเวณโค้ง back bar, บริเวณใต้ Fingerboard, Head-plate, Binding,ตอนเตรียมคอ  ส่วนการใช้ใบกบที่ความคมปานกลางได้แก่ ตอน ปรับความหนา ไม้หน้า ไม้หลัง เพราะในส่วนนี้ต้องขัดกระดาษทรายหรือใช้ scraper ต่อในขั้นตอนสุดท้าย
     ในกรณีใบกบหรือสิ่วแบบญี่ปุ่น จะมีเนื้อเหล็กที่แข็งและเปราะกว่าใบกบและสิ่วที่ผลิตจากเหล็กอัลลอยด์ เพราะฉะนั้นไม่ควรใช้หินลับแบบ Diamond เพราะเพชรแข็งมากทำให้ใบกบและสิ่วญี่ปุ่นเกิดการแตกเล็กๆที่ปลายได้ ทำให้ความคมหมดไปด้วยความรวดเร็ว ควรใช้หินลับแบบน้ำของญี่ปุ่นจะดีกว่า
     หวังว่าท่านผู้อ่านจะได้รับความรู้ไปบ้าง ขอย้ำว่าวิธีการนี้เกิดจากประสบการณ์และการเรียนรู้ของผม ส่วนคนอื่นๆ อาจมีวิธีที่แตกต่างกันไป ไม่มีถูกผิด มันก็แค่ว่าถ้านำไปใช้แล้วแก้ปัญหาให้เราได้หรือเหมาะสม ก็ใช้มัน แต่ถ้ามันไม่ช่วยในการแก้ปัญหาให้เรา ก็หาวิธีอื่นๆ ต่อไปครับ

แหล่งเรียนรู้ 
-หนังสือ THE COMPLETE GUIDE TO SHARPENING โดย Leonard Lee ซึ่งนักค้นคว้า ออกแบบ สร้างอุปกรณ์สำหรับงานไม้เป็นประธานบริษัทของ Veritas กับ Lee Valley ในหนังสือจะสอนวิธีลับคุมอุปกรณ์เกือบทุกอย่างสำหรับงานไม้
   
 

Friday, April 15, 2016

ความคม ใบกบ สิ่ว คมแค่ไหนจึงจะพอ ตอนที่ 1

   สวัสดีครับ วันนี้ผมบำรุงรักษาเครื่องมือ กบ และ สิ่ว ซึ่งเป็นเครื่องมือคู่กายที่มีความสำคัญมากของช่างทำกีตาร์ ต้องใช้แทบจะทุกวันก็ว่าได้ และสิ่งที่สำคัญคือ ความคมของมันนั่นเอง เลยมีข้อคิดเล็กน้อยมาฝากครับ
  ก่อนอื่นขอท้าวความจากประสบการณ์ ตอนนั้นปี 2005 ผมเริ่มทำกีตาร์ มีปัญหามากสำหรับการปรับไม้หน้าและไม้หลัง โดยเฉพาะไม้หลังซึ่งเป็นไม้เนื่อแข็งและเสี้ยนไม้ย้อนกันไปมาในแผ่นเดียวกัน ผมว่าทุกคนที่เคยใช้กบปรับไม้เนื้อแข็งคงเจอเหมือนกันคือ ไม้มันฉีกครับ พอไม้ฉีกเราก็ไม่กล้าจะใส่กบต่อกลัวว่าไม้มันจะบางเกินไป จากนั้นผมใช้กระดาษทรายเบอร์หยาบๆ ประมาณ เบอร์ 60 ติดกับบล็อกไม้และขัดไปถึงความหนาที่ต้องการ บางครั้งต้องขัดกระดาษทรายกันทั้งวัน กว่ารอยฉีกจากกบจะหายและได้ความหนาไม้ตามที่ต้องการ  ต่อมาในปี 2008 ผมมีโอกาสไปญี่ปุ่นเพื่อศึกษาวิธีการทำกีตาร์จากคุณ Imai(อิไม) เห็นวิธีการใช้กบญี่ปุ่นปรับความหน้าไม้หลังและไม้หน้า ทำให้ผมตาสว่างว่ากบและสิ่วที่ผมใช้นั้นมันคมไม่พอ เนื่องจากไม่มีความรู้เรื่องการลับใบกบและสิ่ว ผมจึงถามแกตรงๆว่าวิธีลับใบกบ สิ่ว ทำอย่างไร ผมจะสรุปให้ตามนี้ครับ
   หินลับที่ใช้เป็นหินลับแบบน้ำ(water stone) ยี่ห้อ King ใช้ 2 ขนาด คือ เบอร์1000 และ เบอร์ 6000 โดยการลับด้วยเบอร์หยาบคือ 1000 ก่อน และ จบด้วยเบอร์ 6000 ซึ่งละเอียดกว่า ผมนึกกลับมาดู หินที่ผมมีในตอนนั้นคือหินลับที่ซื้อในไทยความละเอียดอยู่ที่เบอร์ 200-300 เท่านั้นเอง ผมจึงซื้อหินลับแบบน้ำกลับมาด้วย ขณะนี้ใช้มา 9 ปีแล้ว  สึกไปครึ่งหนึ่งของความหนา คาดว่าใช้หมดก้อนอาจใช้เวลาสัก 20 ปี ผมซื้อมาก้อนประมาณ 2000 บาท ถ้าคิดต่อปีตกประมาณปีละ 100 บาท ซึ่งเทียบกับมูลค่างานที่ผมทำแล้วมันต่างกันมากเลย เพราะฉะนั้นอย่าลังเลที่จะซื้อหินลับดีๆ ใช้เลยครับ  ด้วยความคมของใบกบและเทคนิคการใสขวางเสี้ยนไม้ ทำให้ปัญหาการฉีกของไม้เนื้อแข็งของผมหมดไป
   หลังจากนั้นปี 2012 ผมมีโอกาสไปเรียนทำกีตาร์ที่สเปนเพิ่มเติมและผมติดหินลับแบบน้ำสองหน้าใน1 ก้อนคือ เบอร์ 800 และ 6000 ไปด้วย ซึ่งในตอนนั้นหินลับของผมมีความละเอียดที่สุดในห้อง และผมตั้งไว้ส่วนกลางให้เพื่อนมาใช้ด้วยกัน ในตอนที่ Liam (ผู้สอนทำกีตาร์) แสดงการติดกาว Binding และ Purfling  Liamแสดงการต่อแบบเป็นมุมประมาณ 30 องศา โดยใช้สิ่วค่อยๆเฉือน วีเนียร์ที่เป็น Purling ผมสังเกตว่าสิ่วที่แกใช้(เป็นของเพื่อนที่มาเรียนด้วยกัน)นั้นไม่คม ผมจึงหวังดีเอาสิ่วของผมที่เพิ่งลับคมใหม่ให้แกลอง ปรากฎว่าคมกว่าแต่รู้สึกได้ว่ามันเฉือนวีเนียร์ไม่ค่อยราบรื่น และผมถามแกว่าสิ่วที่ผมให้ยืมคมหรือป่าว แกตอบว่าคมไม่พอ ผมงงไปเลย เพราะผมคิดว่าสิ่วที่ผมเพิ่งลับนัันคมแล้ว แสดงว่าสิ่วของแกต้องคมกว่านี้อีก
   หลังจากกลับมาประเทศไทยแล้ว เรืองความคมไม่พอ ยังติดอยู่ในใจผม ที่คิดว่าใช้เบอร์ละเอียดตั้ง 6000 ลับคมแล้วยังคมไม่พออีก จนกระทั่งผมไปพบคลิปการลับมีดสำหรับทำซูชิของญี่ปุ่นโดยคุณ Mino Tsuchida (https://www.youtube.com/watch?v=SIw5ChGOADE)




ดูไปเกิดความเข้าใจเกือบทั้งหมดยกเว้นแต่ขั้นตอนที่ 7 คือขั้นตอนสุดท้าย แกบอกว่า กรุณาทำซ้ำ 4-5 ครั้ง ผมสงสัยว่าต้องทำซ้ำทำไม มันยังติดอยู่ในใจอีกละ จนกระทั่งผมได้ลองใช้เลนส์ขยายขนาด 30 เท่า ส่องดูใบกบที่ผมลับแล้วด้วยหินลับแบบน้ำเบอร์ 1000 และ เบอร์ 6000 ตามรูป 

จากรูปเห็นได้ว่าหน้าใบกบที่ถูกลับด้วยหินลับเบอร์ 6000 นั้นแววและเรียบ แต่ที่ปลายยอดคมมันยังขรุขระ สังเกตแทบไม่เห็นด้วยตาเปล่า ซึ่งหมายความว่าใบกบนี้ยังถูกลับไม่หมดทั้งหน้า สาเหตุเกิดขึ้นจากเมื่อผมลับใบกบ ขณะตอนเปลี่ยนจากหินลับเบอร์ 1000 ผมใช้นิ้วลูบหลังใบเพื่อจะเช็ค Blur (คือเมื่อลับหน้าใบกบไปกับหินลับ เนื้อเหล็กของใบกบส่วนที่ถูกลับแล้วมันจะพลิกมาอยู่ด้านหลังใบกบ เมื่อใช้นิ้วลูบดูจะรู้สึกถึงความไม่เรียบ) เพื่อตรวจสอบว่าหน้าใบกบถูกลับเสร็จเรียบร้อยแล้ว แต่สัมผัสนิ้วมือผมมันหยาบกว่าที่จะรู้ว่ามันยังมีร่องเล็กๆ ที่ยังไม่ได้รับการลับอยู่อีก  วิธีการแก้ คำตอบมันอยู่ในวีดีโอ youtube ที่ผมดูอยู่ด้านบนนะครับ "กรุณาทำซ้ำ 4-5 ครั้ง" 
   นี่เป็นประสบการณ์ของผมที่อยากเล่าสู่กันฟังครับ ยังไม่จบในเมื่อเรารู้ว่าความคมนั้นมีหลายระดับ แต่เราก็ไม่จำเป็นต้องลับให้คมสุดในทุกๆ ครั้งเพราะในขั้นตอนการทำกีตาร์ในบางขั้นต้อนไม่จำเป็นต้องใช้ความคมสุดเพราะทำให้เราเสียเวลาในการลับคมมาก ในตอนหน้าผมจะมาเล่าต่อว่า ผมใช้ความคมในโอกาสได้บ้าง และ วิธีการลับคมที่ผมใช้อยู่ เจอกันตอนหน้าครับ 

Sunday, December 27, 2015

อุปกรณ์และเครื่องมือสำหรับทำกีตาร์ ตอน 4 (จบ)

   สวัสดีครับมาต่อเรื่องอุปกรณ์และเครื่องมือสำหรับทำกีตาร์ วันนี้จะเน้นเรื่อง Jig ซึ่งเป็นอุปกรณ์ช่วยให้การทำกีตาร์สะดวกขึ้น มีความเที่ยงมากขึ้น ทำให้กีตาร์มีความเป็นมาตรฐานเหมือนกันทุกตัว มีอะไรบ้างมาดูกัน


 จากรูปด้านบน
1.Jig ใช้สำหรับทำ Head slot สำหรับกีตาร์คลาสสิก ออกแบบให้ใช้ช่องเดียวกันเพื่อให้ช่องที่เจาะมีขนาดเท่ากัน ใช้ร่วมกับ Trimmer 
2.Jig สำหรับเจะรูร้อยสาย บนตัว Bridge
3.Jig สำหรับรองเลื่อยสำหรับทำ Rosette
4.Jig สำหรับเจาะรูใส่ Tuning Machine.





Jig สำหรับช่วยเลื่อยสำหรับทำช่องที่ Heel บนคอกีตาร์









Jig ตัวนี้เรียกว่า Side mold ใช้สำหรับ
1.ปรับความเรียบด้านในไม้ข้างหลังจากดัดแล้ว
2.เก็บไม้ข้างที่ดัดแล้ว
3.ปรับความหนาไม้ข้าง
4.รองติดกาว kerf lining กับไม้ข้าง
5 รองติดกาว double side





Jig สำหรับรองตัวกีตาร์ ช่วยในการรัดเชือกสำหรับติดกาว Binding












Solera เป็นอุปกรณ์สำหรับประกอบกีตาร์ให้เป็นตัวซึ่งเป็นวิธีทำแบบ Spain













จากรูปทางซ้ายมือ
1.Jig สำหรับดัดไม้ข้าง
2.เครื่องคอบคุมอุณหภูมิมีประโยชน์ได้แก่ สำหรับดัดไม้ข้าง(ใช้ประมาณ 240 องศาฟาเรนไฮต์) สำหรับถอด Bridge (ใช้ประมาณ 140 องศาฟาเรนไฮต์) 
3.แผ่นลวดความร้อน ใช้สำหรับใส่ใน Jig ดัดไม้ข้าง สามารถให้อุณหภูมิสูงทำให้ไม้ข้างอยู่ทรงดี
4.แท่งความร้อนสำหรับดัด ใช้ดัดไม้ข้างหลังจากดัดด้วย Jig  เพื่อให้ทรงไม้ข้างพอดีกับแบบ และใช้ดัด Purfling , Binding








1.เครื่องเซาะ Binding
2.วงเวียน Trimmer สำหรับตัด Rosette













เครื่องดูความชื้น Dehumidifier ใช้ควบคุมความชื้นในอากาศ สำหรับการทำกีตาร์ความชื้นในอากาศควรอยู่ที่ 40-50 % ความชื้น ถ้าไม่มีติดแอร์ได้และใช้ Dry mode.







อุปกรณ์สุดท้ายที่อยากนำเสนอคือ หินลับมีด ซึ่งเป็นสิ่งแรกเลยที่แนะนำให้ซื้อ เพราะต้องใช้ก่อนเริ่มทำกีตาร์ 
1.แบบ Diamond (กากเพชร) แบบ 2 หน้า เบอร์ 600 และ 1200 grid 
2.แบบ Diamond (กากเพชร) แบบ 2 หน้า เบอร์ 220 และ 325 grid 
3.หินลับญี่ปุ่นแบบใช้น้ำ เบอร์ 6000
4.หินลับญี่ปุ่นแบบใช้น้ำ เบอร์ 1000
5.ไกด์สำหรับลับ เหมาะสำหรับใช้กับ Diamond ไม่เหมาะใช้กับ หินลับญี่ปุ่นเพราะจะทำให้หน้าหินลับเป็นร่องตามล้อของไกด์ 
     ปกติผมใช้หินลับญี่ปุ่น เริ่มจากเบอร์ 1000 จบด้วยเบอร์ 6000 สำหรับ หินลับแบบ Diamond เบอร์ 220 ใช้สำหรับปรับหน้าใบกบใหม่อาจทำเดือนละครั้ง ส่วนไกด์สำหรับนักเรียนมือใหม่ใช่เฉพาะกับหินลับ Diamond 

อุปกรณ์และเครื่องมือสำหรับทำกีตาร์อาจมีมากหรือน้อยกว่านี้ เพราะช่างทำกีตาร์แต่ละคนมีความถนัดแตกต่างกัน ที่เสนอเป็นแบบกลางๆ ไ่ม่มากไม่น้อย ส่วนเครื่องมือไฟฟ้า จะไม่นำเสนอในบทความนี้ หวังว่าบทความนี้จะมีประโยชน์สำหรับช่างทำกีตาร์มือใหม่ครับ ขอบคุณครับ ;)

Thursday, December 3, 2015

อุปกรณ์และเครื่องมือสำหรับทำกีตาร์ ตอน 3

      สวัสดีครับอาทิตย์นี้มาต่อเรื่องอุปกรณ์และเครื่องมือกัน ว่าไปแล้วอุปกรณ์สำหรับทำกีตาร์ดูไม่น้อยเลย บางชนิดหาซื้อได้ในประเทศ บางชนิดซื้อได้เฉพาะต่างประเทศ บางชนิดซื้อไม่ได้ต้องทำขึ้นเองได้แก่ พวก Jig Fixer หรืออุปกรณ์ช่วยจับชิ้นงาน ซึ่งบางอย่างต้องมีความเที่ยงตรงสูง ได้แก่ Solera เป็นอุปกรณ์สำหรับรองรับการประกอบกีตาร์ ซึ่งเป็นตัวกำหนดองศาคอ ความโค้งของไม้หน้า ความตั้งฉากของไม้ข้างและไม้หน้า เป็นต้น ซึ่งจะกล่าวไว้ในตอนต่อไป แต่ตอนนี้มาเพิ่มเติมอุปกรณ์เล็กกันต่อ

กลุ่มตะไบและบุ้ง(File and Rasp)


1.ตะไบละเอียดสี่เหลี่ยม อันนี้ได้มาจากอาจารย์วิรุฬ(พี่นิด) วันหนึ่งประมาณปี 2005 ผมไปซื้อตะไบยี่ห้อ Nicholson เพื่อนำมาทำตะไบขอบ Fret ขากลับแวะไปช๊อปกีตาร์พี่นิด แกขอแลกกันระหว่างตะไบละเอียดสี่เหลี่ยมและตะไบที่ผมซื้อมา เนื่องจากแกต้องเอาไปใช้ในการเรียนทำกีตาร์ที่สเปน ตะไบละเอียดอันนี้ผมใช้ตอนแบ่งร่องสายบน Nut หลังจากขีดตำแหน่งด้วยดินสอ ใช้ตะไบละเอียดเพราะว่าแรงต้านในการตะไบน้อยมากทำให้มือเรานิ่ง ส่งผลให้ตำแหน่งที่ตะไบไม่พลาด จากนั้นทำร่องตามขนาดสายกีตาร์ด้วยตะไบร่องสายบทนัทของ Steward-mac อีกครั้ง
2.ตะไบร่องสายบน Nut (Double-edge nut files) ของ Steward-mac ขนาดที่ใช้กับกีตาร์คลาสสิกคือ 0.36,0.42,0.50 นิ้ว สำหรับ สาย 1,4 และ 2,5 และ 3,6 ตามลำดับ
3.ตะไบละเอียดหางหนู ซื้อมาจาก Tokyo hand ที่ญี่ปุ่น เห็นคร้้งแรกคือคุณ Imai (ช่างทำกีตาร์ชาวญี่ปุ่น) ใช้ทำร่องสายบน Nut  สำหรับผมใช้ตะไปหางหนู หลังจากจากตะไบร่องสายบน Nut ของ Steward-mac เพราะว่าละเอียดกว่าและสัญฐานเป็นรูปทรงกระบอกเหมือนสายกีตาร์ ทำให้ร่องสายมีความพอดีและไม่สร้างความเสียหายกับสายกีตาร์
4.ตะไบสามเหลี่ยม สำหรับปรับระดับ Fret
5.Double-edge Fret files แบบหยาบ ใช้สำหรับทำโค้งยอด Fret หลังจากการปรับระดับ Fret
6.Diamond Fret files. ความละเอียดประมาณ เบอร์ 300  ใช้สำหรับทำโค้งยอด Fret หลังจาก Double-edge Fret files แบบหยาบ
7.Fret End Dressing file ใช้สำหรับตะไบลดความคมปลาย Fret
8.บุ้งท้องปลิง(Half round Rasp) เบอร์ 3 ของ Swizz madeใช้สำหรับแต่งโค้งร่องใส่ Tuning Machine
9.ตะไบห้าเหลี่ยม สำหรับแต่งหัวกีตาร์และขอบ Binding
10.บุ้งท้องปลิง(Half round Rasp) ละเอียดปานกลาง ใช้สำหรับแต่งรูปร่างคอ ปีก Bridge
11.บุ้งท้องปลิง(Half round Rasp) หยาบ ใช้สำหรับแต่งรูปร่างคอ
12.ตะไบปรับปลาย Fret มุม 60 องศา ความละเอียดปานกลาง
13.ตะไบปรับปลาย Fret มุม 90 องศา แบบหยาบ

กลุ่มอุปกรณ์รอง clamp


อุปกรณ์รอง Clamp เป็นสิ่งสำคัญเช่นกันในการทำกีตาร์ มีประโยชน์ในการป้องกันไม่ให้กีตาร์เป็นรอย และ ช่วยกระจายแรงกดของ Clamp ให้ทั่วบริเวณติดกาว ส่งให้ให้การติดกาวมีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น
1.ใข้สำหรับรองติดกาว Rosette
2.ใข้สำหรับรองติดกาว Tail block
3.ใข้สำหรับรองติดกาว Brace
4.ใข้สำหรับรองติดกาว Fingerboard
5.ใข้สำหรับรองติดกาว ส่วนหัวกีตาร์
6.ใข้สำหรับรองติดกาว Head plate
7.ใข้สำหรับรองติดกาว Back
8.ใข้สำหรับรองติดกาว Harmonic bar
9.ใข้สำหรับรองติดกาว V joint Head
10.ใข้สำหรับรองติดกาว Kurflining 

กลุ่ม Shooting board


Shooting board เป็นอุปกรณ์ช่วยและอำนวยความสะดวก สำหรับการไสกบ
1.ใช้สำหรับการเตรียม Brace
2.ใช้สำหรับการเตรียม Glue block
3.ใช้สำหรับการเตรียมปรับมุม Rosette
4.ใช้สำหรับการเตรียมปรับความหนา Nut Saddle



1.ใช้สำหรับการเตรียม  Bookmatch ไม้หน้า ไม้หลัง
2.ใช้สำหรับการเตรียม Fingerboard

แหล่งความรู้เพิ่มเติม
http://www.stewmac.com/Luthier_Tools/  เป็นร้านขายอุปกรณ์สำหรับทำกีตาร์ในอเมริกา

นี่ยังไม่หมดนะครับเดี่ยวคราวหน้ามาต่อกันอีก


Wednesday, November 25, 2015

อุปกรณ์และเครื่องมือสำหรับทำกีตาร์ ตอน 2

    สวัสดีครับหายหน้าไปอีก 1 อาทิตย์ครับเนื่องจากผมไปร่วมงาน Jakarta Asean Guitar Festival. ระหว่างวันที่ 19-22 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา ในอนาคตอาจจะนำประสบการณ์การไปร่วมงานโชว์กีตาร์ให้ฟังครับ แต่วันนี้มาเพิ่มเติมกันเรื่องเครื่องมือและอุปกรณ์กันต่อ

กลุ่มเครื่องมือการวัด (Measurement)



1.วงเวียน(Compasses) ของ Rotring ตั้งแต่สมัยเรียนเขียนแบบในมหวิทยาลัย ใช้ร่างตำแหน่ง sound hole
2.ดินสอ (Marker) ของ  Rotring เหมือนกัน แบบนี้ดี ใส่ใหญ่ ไม่หักง่าย เลือกขนาดความเข้มได้
3. Vernier caliper ยี่ห้อ Mututoyo (Japan) ขนาด 6 นิ้ว ละเอียด 0.05 มิลลิเมตรใช้วัดขนาดความหนาไม้ชิ้นไม่ใหญ่ได้แก่ Brace Tailblock
4.ตลับเมตร(Tape Measure) ขนาดยาว 3 เมตร ของ Stanley ใช้สำหรับวัดระยะไม้ขนาดใหญ่
5.ตัววัดระดับFret (Fret Rocker) ของ Steward-Mac ใช้ตรวจสอบระดับ Fret
6,ไม้ฉาก (Square) ของ Rotring เช่นกัน ใช้สำหรับลากเส้นฉาก
7.ไม้บรรทัด 10 เซนติเมตร ความละเอียด 1 มิลลิเมตร ยี่ห้อ Shinwa(ตรานกเพนกวิน)
8.ไม้บรรทัด 6 นิ้ว ยี่ห้อ General ความละเอียด 0.01 นิ้ว(หนึ่งนิ้วแบ่งเป็น 100 ช่อง หรือ ช่องละ 0.254 มิลลิเมตร) ใช้สำหรับตั้งความสูงสาย
9,10,11 เหล็กฉาก(Machinist Square) ขนาด 20 ,10 และ 7 เซนติเมตร
12.เหล็กหมาด(Awl) ซื้อจาก Tokyo hand ญี่ปุ่น ใช้เจาะตำแหน่งบนไม้ ก่อนเจาะด้วยดอกสว่าน
13.ขอขีด(Making) ซื้อจาก Tokyo hand ญี่ปุ่น เช่นกัน ใช้ขีดเส้นบอกระดับ ก่อนปรับความหนาไม้
14.ฉากเป็นวัดมุม(T Bevel) ของ Shinwa ใช้วัดมุมตอนทำ V Joint คอกีตาร์
15,17,18.ไม้บรรทัด(Ruler) ขนาด 30,60 และ 90 เซนติเมตร
16.ไม้บรรทัดตรง(Straight Ruler) ไม้บรรทัดตรง 18 นิ้ว ของ Steward-Mac สำหรับตรวจความตรงของ Fingerboard


1.ไม้วัดองศา(Protactor) ยี่ห้อ Shinwa ใช้สำหรับวัดมุมไม้สำหรับทำคอกีตาร์
2.ตัววัดความหนา(Thickness Caliper)

กลุ่มแม่แรง และ ปากกาจับ (Clamp)


1.F clamp ไม้ สำหรับติดบริจด์ หรือซ่อมรอยแตกไม้หน้า ยึดไม้หน้ากับแบบ
2. C clamp  สำหรับยิดไม้ขณะติดกาว หรือ ใช้ยึด working board
3. F clamp เหล็ก ขนาด 20 และ 25 เซนติเมตร ยี่ห้อ TUV ใช้สำหรับยึดติดกาวตอนประกอบกีตาร์ 
4.  U clamp ขนาด 7 นิ้ว ใช้สำหรับยึดติดกาว bridge กับ ไม้หน้า จาก Steward-Mac
5. Spring clamp ขนาด 2 นิ้ว สำหรับยัดจับชั่วคราว และไม้ต้องการใช้แรงมาก

อื่นๆ

1.ฆ้อนไม้ ใช้สำหรับตีไม้ เช่นตอนผ่าไม้ Brace
2.ฆ้อนตอก Fret ยี่ห้อ PS Swiss Tools Hickory ใช้สำหรับตี Fret ขอดีของฆ้อนชนิดนี้คือไม่มีแรงดีดกลับมาสู่มือผู้ตี
3.ฆ้อนเหล็ก สำหรับตอกตะปูเหล็กเพื่อการกำหนดจุดก่อนติดกาว
4.กรรไกร ใช้ตัดกระดาษทราย
5.คีมตัด Fret อันนี้ซื้อจากคลองถม แล้วมาเจียปลายออก เพื่อให้สามารถตัด Fret ได้ลึกขึ้นขณะตี Fret
6.Cutter ใช้สำหรับตัด Veneer 
7.มีดญี่ปุ่น ใช้สำหรับ เกลา แต่ง รูปแบบ คอกีตาร์
8.Scraper ใช้สำหรับปรับ ความหนา และ พื้นผิวของไม้ในรอบสุดท้ายก่อนขัดกระดาษทาย เพราะไม่ทำให้ไม้ฉีกขาดแม้ไม้นั้นจะย้อยเสี้ยน
9.Burnisher ใช้สำหรับลับ Scraper ให้คม

ตอนหน้ามาเพิ่มเติมกันต่อครับ ขอบคุณครับ :)